Late Late Show
“แล้วคิดอะไรตอนแต่งเพลงนี้ครับ?” ใบหน้าเรียวยกยิ้มให้กับคำถามนี้
ลูอี ทอมลินสันเข้าใจความหมายนี้ดี
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองก็เถอะ...
“ผมคิดว่า...”
“เฮ้ ปล่อยฉัน ฉันบอกว่าไม่เอาแล้วไงไม่ได้ยินเหรอ พวกเธอนี่มัน—“
“เดี๋ยวลู ฉันเอง” ร่างเล็กปรือตามองใบหน้าเรียวของอีกคนที่ชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืด
“นายมาได้ยังไง นายไปแอลเอไม่ใช่เห—“
“ชูว์... เบาๆสิมีปาปาอยู่ข้างหลังนาย
มากับฉันก่อนเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังทีหลัง”
ร่างสูงผมหยักศกประคองร่างเล็กให้เดินไปยังทางออก “แล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่
นายมาอย่างนี้ไม่วุ่นวายหรือไง” แฮร์รี่ส่ายหัวพลางยกยิ้มให้กับคำถามจากปากอีกฝ่าย
“นายเมาจนลืมเหรอว่าพรุ่งนี้เรามีนัดกับโปรดิวเซอร์เรื่องแต่งเพลงอัลบั้มใหม่น่ะ”
ลูอีส่ายหัวรัวๆจนอีกฝ่ายบอกให้หยุด
“อาๆพอ ฉันเชื่อแล้วว่าเวลานายเมาแล้วเป็นยังไง” เสียงแหบพร่าแต่ดูมีเสน่ห์ทำให้ลูอีต้องสดับฟังทุกครั้งที่ได้ยิน
ให้ตายสิ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ “แล้วนี่กลับไปโรงแรมเลยหรือเปล่า”
ร่างเล็กถามไปเพื่อลบภาพความคิดในหัว
“อืม ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ”
ใบหน้าหวานพริ้มของอีกคนหันไปสบตากับร่างสูง เขายิ้บางๆเหมือนกับทุกๆครั้งที่เขายิ้มให้กับเพื่อนในวง
แฟนคลับ หรือครอบครัว มันเป็นรอยยิ้มที่ทุกคนคุ้นเคย
แต่ไม่ใช่กับแฮร์รี่ เขาไม่เคยที่จะไม่รู้สึกแปลกใจและโหวงเหวงๆภายในอกเลยเวลาที่ลูอีส่งยิ้มหวานนั้นมาให้...
.
.
.
“นี่พวกนายว่างกันมากเหรอ ว่างถึงขนาดมารอถ่ายรูปพวกฉันนี่นะ?!
ไปหางานอื่นทำเถอะครับ พวกมึงนี่มัน—อื้อ“
มือหนารีบคว้าตัวคนตัวเล็กที่ยืนด่าฉอดๆกับปาปารัสซี่หลังโรงแรม
แฮร์รี่เลือกที่จะพาลูอีเข้าด้านหลังเพื่อเลี่ยงจากนักข่าว
แต่ก็ดันเจอแจ๊คพอร์ตจนได้เมื่อเขาดันปวดท้องเข้าห้องน้ำเลยต้องปล่อยให้ลูอียืนรออยู่ข้างนอก
“ขอโทษนะครับ นี่เป็นเวลาส่วนตัวของพวกเรา
ถ้าคุณยังไม่ออกไปผมว่าผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องสำนักข่าวของคุณ”
แฮร์รี่ก่นคำด่าที่สุภาพตามแบบของเขาให้กับนักข่าวที่กำลังแชะภาพของเขาทั้งคู่อยู่
ร่างสูงไม่รอช้าดึงตัวเพื่อนร่วมวงให้เดินตามเขาไป
“นี่เรียกว่าเป็นโมเม้นท์ได้ไหม” เสียงที่ดังมาจากที่ไกลตัวแต่มันก็พอจะได้ยินอยู่บ้าง
“แลร์รี่น่ะเหรอ ตอนนี้ไม่มีแล้วล่ะ เขียนข่าวมั่วๆไม่ได้นะ จะโดนแฟนคลับถล่มเอา”
ในอีกด้านนึงมีชายคนนึงฉีกยิ้มบางๆให้กับบทสนทนาเมื่อครู่
“มันกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้แหละ...”
“อือ... ห้องใครเนี่ย ห้องนายเหรอแฮซ”
เสียงครางอู้อี้ในลำคอดังขึ้นเมื่อรู้สึกตัว
ลูอีกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตากับแสงไฟสลัวในห้อง “ใช่ ห้องนายเข้าไม่ได้
ปาปาเล่นยืนดักรอหน้าห้องเลย ขืนฉันพานายไปมีข่าวแน่ๆ”
คนร่างเล็กพยักหน้าสองทีพลางล้มตัวลงนอนบนที่นอนดังเดิม
ลูอีบิดร่างเล็ดบดเบียดกับผ้านวมนุ่ม หากในสายตาหญิงเขาอาจจะดูมีเสน่ห์น่าเข้าหา
หากแต่ในสายตาชายเขาดูน่าขย้ำให้แหลกคามือและน่าทะนุถนอมยิ่งนัก...
แฮร์รี่ก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน
“ตื่นมาอาบน้ำก่อนดีไหม”
แฮร์รี่พูดพลางดึงผ้านวมผืนใหญ่ออกจากคนตรงหน้า “นายจะได้สบายตัว
ดูดิกินไปกี่แก้วล่ะเนี่ย” มือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้างาม
เขาไม่เคยห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดไกลไปกว่านี้ได้เลย
ไม่รู้ทำไมเวลาที่เขาได้สัมผัสกับเรือนร่างของคนคนนี้เขาอยากจะหยุดเวลานัก และตอนนี้ก็เช่นกัน
“อือ พรุ่งนี้ค่อยอาบ ฉันง่วง อื้อ—“ ปลายนิ้วสาละวนอยู่มุมริมฝีปากสีนวล
มันอวบอิ่มและดูน่าลิ้มรสยิ่งนัก
แต่แฮร์รี่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างเล็กลุกขึ้นนั่งในท่ากึ่งนอน
ทำให้เรียวจมูกของอีกคนฝังลงบนแก้มนุ่มนิ่ม
“ถอยไปก่อนสิ ฉันจะลุกไปอาบได้ยังไงเล่า”
แต่ทว่าอีกคนกลับไม่ได้รู้สึกตัวสักนิด
เป็นเพราะฤทธิ์น้ำเมาทำให้ลูอีไม่มีสติแถมยังทำให้ประสาทสัมผัสช้าไปกว่าเดิมเสียอีก
“เออ โทษที—เห้ย” ทันทีที่เขาพูดจบ แฮร์รี่ก็ล้มไปนอนกองบนพื้นพรมสีเข้ม
เป็นเพราะคนร่างเล็กกระโจนเข้าใส่สุดตัว “ละ...ลุกก่อนดิ มากอดฉันทำไมเนี่ย ลู
ลู!”
“อือ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าอย่ามายั่ว—“ แฮร์รี่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ร่างเล็กที่กำลังละเลียดปลายนิ้วบนริมฝีปากของเขาอย่างยั่วยวนในท่าคร่อมร่างของเขาคือลูอี...ลูอี
ทอมลินสัน เพื่อนร่วมวงของเขาเนี่ยนะ คิดแล้วแฮร์รี่ก็ต้องยีหัวให้กับความคิดบ้าๆที่แล่นพล่านผ่านโสตประสาทของเขาเมื่อครู่...
ไม่เลยเขาไม่ได้ดูแข็งแกร่งและพูดเสียงเข้มเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ
เพราะเสียงเล็กๆที่เสนาะหูกับร่างกายที่กะทัดรัดอย่างนี้มันทำให้คนตรงหน้าดูบอบบางและน่าขย้ำมากแค่ไหน
ลูอีบดเบียดส่วนล่างกับกางเกงยีนส์ของแฮร์รี่
เขาพยายามชั่งใจไม่เหลิงไปไกล แต่ไม่เขาทำไม่ได้
ก็ในเมื่อร่างเล็กปั่นประสาทเขาจนมันรัวขนาดนี้ ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่เขายิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้
แล้วจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่ยั่ว... (มีnc เป็นสเปเชียลพาร์ท)
ร่างเล็กปรือตาเพื่อปรับสายตารับแสงอาทิตย์ยามเช้า
มันไม่เหมือนเช่นทุกวันเพราะเช้าวันนี้เขารู้สึกล้ามากกว่าปกติ อาจเป็นเพียงเพราะฤทธิ์น้ำเมาของเมื่อคืนที่ยังคั่งค้างอยู่ภายในลำไส้
แต่ทว่าเขากลับกังวลมากกว่านั้น
เมื่อคืนเขาฝัน... เป็นเพราะอยู่กับสาวๆจนดึกมากไปหน่อยทำให่เอาเรื่องอย่างว่ามาเก็บไปฝันแต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น
ก็ในความฝันไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาไปนั่งดื่มด้วยเลย แต่กลับเป็น...
ก๊อกๆๆๆ “ลู ถ้าตื่นแล้วลงไปรอที่หน้าล๊อบบี้ก่อนสิบโมงนะ”
เสียงตะโกนจากอีกฟากของบานประตูทำให้คนร่างเล็กออกจากภวังค์
เขาคงยังไม่มีเวลาคิดเรื่องน่าปวดหัว
เพราะสิ่งที่เขาจะต้องทำหลังจากนี้มันน่าปวดหัวยิ่งกว่าเสียอีก...
“ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องรีบร้อน
ถ้านายยังคิดเพลงไม่ได้ก็ค่อยเอากลับไปเขียนต่อที่บ้านก็ได้”
โปรดิวเซอร์อธิบายให้กับลูอีและเลียมฟังอย่างช้าๆ เขาทั้งคู่พยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรเสริมออกไป
แคร่เล็กๆวางอยู่ระหว่างคันนาเขียวชอุ่มและสวนดอกไม้นานาพันธุ์
ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่นับไม่ถ้วน
เขาทั้งสองแยกย้ายกันไปนั่งตามสะดวกและค่อยๆเริ่มใช้สมองพร้อมกับมือในการจรดปลายปากกาเขียนบรรยายเนื้อเพลงที่เขาต้องการ
ลูอิสนั่งคิดแล้วคิดอีกแต่เขายังเลือกชื่อเพลงที่ถูกใจไม่ได้เลย
ให้ตายเถอะ นี่เลียมเขียนไปได้กี่เพลงแล้วเนี่ย ไวเท่าความคิด คนร่างเล็กเดินไปหาเลียมที่กำลังนั่งใจจดใจจ่อกับแผ่นกระดาษเอสี่
“นายเขียนได้กี่เพลงแล้ว”
ร่างหนาไม่ตอบเพียงแต่ชูใบกระดาษที่มีตัวหนังสือยั๊วเยี๊ยเต็มแผ่นกระดาษให้ดูแทน “โห
อะไรวะ เก่งงี้เขียนทั้งอัลบั้มเหอะ” ลูอีสบถพลางหัวเราะ
เขาอยากระเบิดสมองตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด
เกิดมาจะมีสมองทำไมในเมื่อมันใช้การไม่ได้เนี่ย
สงสัยอัลบั้มนี้คงไม่มีเพลงของเขาอยู่แน่ๆ
.
.
.
“เป็นอะไรปะเนี่ย ทำไมดูเครียดๆ”
ใบหน้าเรียวที่ซุกลงหมอนนิ่มผละออกจากหมอนพลางอ้าปากตอบคำถาม “คิดเพลงไม่ออก แม่ง
โคตร ยาก” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆเป็นเชิงให้อีกคนคลายเครียด “นายแต่งถึงไหนแล้วล่ะ”
ลูอีถามแฮร์รี่ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องแต่งตัว
“ก็ได้บ้าง ไหนฉันขอดูของนายหน่อย” ไม่รอช้า
ร่างสูงลุกพรวดไปยังโซฟาฝั่งตรงข้ามที่คนตัวเล็กนั่งอยู่
มือหนาคว้าแผ่นกระดาษที่วางอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก “เห้ย เดี๋ยว
เบาๆดิวะเดี๋ยวก็ขาดกันพอดี กว่าจะเขียนได้ไม่ง่ายนะเว้ย”
ลูอีบนกลับไปตามแบบของเขา แต่เสียงแหลมพร้อมคำก่นนั้นกลับทำให้แฮร์รี่ชอบใจไปอีก
“เดี๋ยวฉันช่วยคิด”
ว่าแล้วแฮร์รี่ก็หยิบแผ่นเพลงของอีกคนใส่แฟ้มเล่มโปรดของเขา “เดี๋ยวถ้าฉันแต่งเสร็จแล้วจะเอามาคืน”
“เอาจริงดิ งั้นเอาไป แต่งเยอะๆนะ ใส่ชื่อฉันลงไปด้วย”
ลูอีไม่ได้ร้อนใจอะไรเขากลับแค่นหัวเราะเป็นเชิงประชดอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ก็แหม่
เก่งซะขนาดนั้น กับสมองเล็กๆของลูอีเหรอจะไปสู้แฮร์รี่ได้ ร่างสูงก้าวเท้าออกจากห้องแต่งตัวเหลือเพียงคนตัวเล็กที่นอนเล่นสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดอยู่บนโซฟา...
ความในใจที่เขาอยากจะสื่อให้อีกคนได้รู้ผ่านสิ่งๆนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...
“อ่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อนะ ฉันว่ามันเวิร์คแล้ว”
ร่างสูงยื่นใบกระดาษให้กับโปรดิวเซอร์พลางสั่งกำชับไว้ “นี่ๆ
นายยังไม่ให้ฉันอ่านเลยนะ...”
ทันทีที่แฮร์รี่เดินออกมาจากห้องอัดเสียงลูอีก็เดินมาบอกแทบจะทันที
“ไม่ต้องห่วง ฉันเขียนชื่อนายแล้วน่า เชื่อสินายต้องชอบแน่ๆ
ฉันขอตัวนะ” ว่าแล้วร่างสูงก็ถือโอกาสเดินหนีไปดื้อๆ
ปล่อยระเบอดก้อนโตให้ลูอีคนนี้แก้ไขคนเดียว อะไรวะเนี่ย ไหนบอกว่าจะช่วยคิด
นี่เรียกแต่งให้เลยชัดๆ เหอะๆ คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง คนตัวเล็กจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องตรงหน้าก่อนจะมองหาแผ่นกระดาษคุ้นตาที่วางกองอยู่บนโต๊ะ
“อยู่ไหนวะ” เสียงสบถเบาๆที่มีเพียงแต่เจ้าตัวที่ได้ยิน “เจอสักที”
ลูอีถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะไล่อ่านที่ละบรรทัด
No Control
Written : Louis
ชื่อเพลงน่าสนใจแฮะ ว่าแต่เนื้อเพลงเกี่ยวกับอะไร..
นัยน์ตาสีฟ้าหม่นจ้องมองตัวหนังสืออย่างละเอียด
ใบหน้ามีรอยยอ้มแต้มอยู่นิดๆ
Stained coffee cup
Just that fingerprinted lipstick's not enough
Sleep, where you lay
Still a trace of innocence on the pillow case
ให้ตายเถอะ
นี่แฮร์รี่กำลังหมายถึงอะไรกัน เขาไม่คิดว่าเด้กคนนั้นจะแต่งได้ขนาดนี้ น่าขำชะมัด
Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control
Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control
Taste on my tongue
I don't want to wash away the night before
The heat where you laid
I could stay right here and burn in this all day
Lost my senses
I'm defenseless
Her perfume's holding me ransom
Sweet and sour
I devour
Lying here I count the hours
Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control
(x2)Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control (x3)
ลูอีส่ายหัวให้กับตัวหนังสือตรงหน้า
ภาพในความฝันแล่นผ่านสมองเขาไปอย่างช้าๆ ทุกท่วงทำนอง จังหวะหัวใจ
หรือแม้แต่เสียงในความฝัน มันเหใอนถูกเขีนบรรยายลงในกระดาษตรงหน้า
จะว่าลูอีคิดอคติก็ได้ แต่ในความฝันของเขาเมื่อหลายวันก่อนหลังจากที่กลับออกมาจากผับมันช่างเหมือนในกระดาษแผ่นนี้เหลือเกิน
หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกบรรยายลงเขาเป็นผู้ได้รับ
เพราะคนที่เขาฝันว่าได้ร่วมรักกันอย่างร้อนแรงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย
คนเขียนเพลงนี้ให้เขานั่นแหละ มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สิ่งที่ลูอีฝันแทบจะทุกรายละเอียด...
ใบหน้าขาวถูกแทนที่ด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ ริมฝีปากฉีกยิ้มหน่อยๆ
เขารู้สึกเหมือนถูกบอกรักยังไงอย่างงั้น แต่ช่างมันก่อน
เพราะสิ่งที่เขาอยากจะรู้ตอนนี้คือ แฮร์รี่รู้เรื่องในความฝันเขาได้ยังไง
ไม่ทันจะได้นึกคำพูดที่จะออกไปสนทนากับเจ้าของบทเพลงนี้ร่างสูงก็เดินเขามาก่อนเสียแล้ว
ลูอีสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะเดินตรงไปหาคนตรงหน้า
“แฮซ ฉันขอถามอะไหน่อยดิ” แฮร์รี่เลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยหลังจากนั้นเขาก็พยักหน้า
“คือเนื้อเพลงนี้ คือ...นายเขียนมันเองเหรอ” แฮร์รี่พยักหน้าอีกครั้ง
คราวนี้เป็นลูอีที่สงสัยหนักกว่าเดิม จังหวะก้อนเนื้อที่อยู่ในอกข้างซ้ายเต้นไม่สม่ำเสมอ
“เอ่อคือ ฉันไม่ได้คิดอกุศลกับนายนะแฮซ แต่... เนื้อเพลงที่นายเขียนน่ะ
มันเหมือนกับในความฝันของฉันเมื่อหลายวันก่อน และอีกอย่าง...”
“ฉันฝันว่าฉันกับนาย กำลังทำเรื่องอย่าว่าด้วยกัน
คืออย่าเพิ่งว่าฉันนะ มันเป็นแค่ความฝันฉันสาบานได้
ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมนายถึงได้เขียนมันเหมือนกับสิ่งที่ฉันฝันได้ขนาดนี้ คือ...”
“บางทีฉันอาจจะอยู่ในฝันของนายก็ได้ ฉันเลยรู้ไง...”
คำพูดของแฮร์รี่เล่นทำเอาคนตรงหน้าเขินจนทำตัวไม่ถูก ลูอีไม่รู้ว่าเขาแสดงสีหน้ายังไงออกไปตอนที่แฮร์รี่พูดแบบนั้น
แต่รู้อีกทีแฮร์รี่ก็ดึงตัวเขาเข้าไปกอดเสียแล้ว
“แต่ใครบอกนายว่ามันคือความฝันล่ะ...”
ร่างเลกไม่ขัดขืนเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับน้ำแข็ง เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
คนที่เขาชอบ... คนที่เขาชอบมากอดเขาเนี่ยนะ เขารู้ตัวไหมว่าทำอีกคนแทบตายคาอกเนี่ย
“บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นจริง
เพราะนายน่ะทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกทีเลยรู้ตัวบ้างไหม” เสียงแหบพร่าอันเป็นเสน่ห์ทุกครั้งที่ลูอีได้สดับฟังมัน มันมีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดใด..
“แล้วคิดอะไรตอนแต่งเพลงนี้ครับ?”
ไม่มีสิ่งใดบนโลกใบนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุและที่มา
บางสิ่งบางอย่างอาจจะถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล แต่ใครจะไปรู้กันล่ะ
บางทีคนที่เขาสร้างมันมาอาจจะมีเหตุผลที่เราไม่รู้ก็ได้ ไม่รู้ ไม่ได้แปลว่า
จะไม่มีนะ จริงไหม...
“ผมคิดว่า... ผมกำลังหาเหตุผลของมันอยู่เหมือนกันครับ
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมถึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมา
สงสัยเป็นเพราะผมควบคุมตัวเองจากการจับปากาไม่ได้ล่ะมั้ง ก็อย่างว่านะครับNo
Control ไงล่ะ”
“Baby It’s mean you’re No Control”
THE END
uanaunn.x
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น