วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

[Larry] No Control (For #NoControlDay)

Short Fic No Control [17/05/15 No Control Day]


Late Late Show

“แล้วคิดอะไรตอนแต่งเพลงนี้ครับ?” ใบหน้าเรียวยกยิ้มให้กับคำถามนี้ ลูอี ทอมลินสันเข้าใจความหมายนี้ดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองก็เถอะ...
“ผมคิดว่า...”
“เฮ้ ปล่อยฉัน ฉันบอกว่าไม่เอาแล้วไงไม่ได้ยินเหรอ พวกเธอนี่มัน—“

“เดี๋ยวลู ฉันเอง” ร่างเล็กปรือตามองใบหน้าเรียวของอีกคนที่ชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืด “นายมาได้ยังไง นายไปแอลเอไม่ใช่เห—“

“ชูว์... เบาๆสิมีปาปาอยู่ข้างหลังนาย มากับฉันก่อนเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังทีหลัง” ร่างสูงผมหยักศกประคองร่างเล็กให้เดินไปยังทางออก “แล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่ นายมาอย่างนี้ไม่วุ่นวายหรือไง” แฮร์รี่ส่ายหัวพลางยกยิ้มให้กับคำถามจากปากอีกฝ่าย “นายเมาจนลืมเหรอว่าพรุ่งนี้เรามีนัดกับโปรดิวเซอร์เรื่องแต่งเพลงอัลบั้มใหม่น่ะ” ลูอีส่ายหัวรัวๆจนอีกฝ่ายบอกให้หยุด

“อาๆพอ ฉันเชื่อแล้วว่าเวลานายเมาแล้วเป็นยังไง” เสียงแหบพร่าแต่ดูมีเสน่ห์ทำให้ลูอีต้องสดับฟังทุกครั้งที่ได้ยิน ให้ตายสิ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ “แล้วนี่กลับไปโรงแรมเลยหรือเปล่า” ร่างเล็กถามไปเพื่อลบภาพความคิดในหัว

“อืม ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ” ใบหน้าหวานพริ้มของอีกคนหันไปสบตากับร่างสูง เขายิ้บางๆเหมือนกับทุกๆครั้งที่เขายิ้มให้กับเพื่อนในวง แฟนคลับ หรือครอบครัว มันเป็นรอยยิ้มที่ทุกคนคุ้นเคย
แต่ไม่ใช่กับแฮร์รี่ เขาไม่เคยที่จะไม่รู้สึกแปลกใจและโหวงเหวงๆภายในอกเลยเวลาที่ลูอีส่งยิ้มหวานนั้นมาให้...
.
.
.

“นี่พวกนายว่างกันมากเหรอ ว่างถึงขนาดมารอถ่ายรูปพวกฉันนี่นะ?! ไปหางานอื่นทำเถอะครับ พวกมึงนี่มัน—อื้อ“ มือหนารีบคว้าตัวคนตัวเล็กที่ยืนด่าฉอดๆกับปาปารัสซี่หลังโรงแรม แฮร์รี่เลือกที่จะพาลูอีเข้าด้านหลังเพื่อเลี่ยงจากนักข่าว แต่ก็ดันเจอแจ๊คพอร์ตจนได้เมื่อเขาดันปวดท้องเข้าห้องน้ำเลยต้องปล่อยให้ลูอียืนรออยู่ข้างนอก “ขอโทษนะครับ นี่เป็นเวลาส่วนตัวของพวกเรา ถ้าคุณยังไม่ออกไปผมว่าผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องสำนักข่าวของคุณ” แฮร์รี่ก่นคำด่าที่สุภาพตามแบบของเขาให้กับนักข่าวที่กำลังแชะภาพของเขาทั้งคู่อยู่ ร่างสูงไม่รอช้าดึงตัวเพื่อนร่วมวงให้เดินตามเขาไป

“นี่เรียกว่าเป็นโมเม้นท์ได้ไหม” เสียงที่ดังมาจากที่ไกลตัวแต่มันก็พอจะได้ยินอยู่บ้าง “แลร์รี่น่ะเหรอ ตอนนี้ไม่มีแล้วล่ะ เขียนข่าวมั่วๆไม่ได้นะ จะโดนแฟนคลับถล่มเอา” ในอีกด้านนึงมีชายคนนึงฉีกยิ้มบางๆให้กับบทสนทนาเมื่อครู่
“มันกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้แหละ...”

“อือ... ห้องใครเนี่ย ห้องนายเหรอแฮซ” เสียงครางอู้อี้ในลำคอดังขึ้นเมื่อรู้สึกตัว ลูอีกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตากับแสงไฟสลัวในห้อง “ใช่ ห้องนายเข้าไม่ได้ ปาปาเล่นยืนดักรอหน้าห้องเลย ขืนฉันพานายไปมีข่าวแน่ๆ” คนร่างเล็กพยักหน้าสองทีพลางล้มตัวลงนอนบนที่นอนดังเดิม ลูอีบิดร่างเล็ดบดเบียดกับผ้านวมนุ่ม หากในสายตาหญิงเขาอาจจะดูมีเสน่ห์น่าเข้าหา หากแต่ในสายตาชายเขาดูน่าขย้ำให้แหลกคามือและน่าทะนุถนอมยิ่งนัก... แฮร์รี่ก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน

“ตื่นมาอาบน้ำก่อนดีไหม” แฮร์รี่พูดพลางดึงผ้านวมผืนใหญ่ออกจากคนตรงหน้า “นายจะได้สบายตัว ดูดิกินไปกี่แก้วล่ะเนี่ย” มือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้างาม เขาไม่เคยห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดไกลไปกว่านี้ได้เลย ไม่รู้ทำไมเวลาที่เขาได้สัมผัสกับเรือนร่างของคนคนนี้เขาอยากจะหยุดเวลานัก และตอนนี้ก็เช่นกัน “อือ พรุ่งนี้ค่อยอาบ ฉันง่วง อื้อ—“ ปลายนิ้วสาละวนอยู่มุมริมฝีปากสีนวล มันอวบอิ่มและดูน่าลิ้มรสยิ่งนัก แต่แฮร์รี่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างเล็กลุกขึ้นนั่งในท่ากึ่งนอน ทำให้เรียวจมูกของอีกคนฝังลงบนแก้มนุ่มนิ่ม

“ถอยไปก่อนสิ ฉันจะลุกไปอาบได้ยังไงเล่า” แต่ทว่าอีกคนกลับไม่ได้รู้สึกตัวสักนิด เป็นเพราะฤทธิ์น้ำเมาทำให้ลูอีไม่มีสติแถมยังทำให้ประสาทสัมผัสช้าไปกว่าเดิมเสียอีก “เออ โทษที—เห้ย” ทันทีที่เขาพูดจบ แฮร์รี่ก็ล้มไปนอนกองบนพื้นพรมสีเข้ม เป็นเพราะคนร่างเล็กกระโจนเข้าใส่สุดตัว “ละ...ลุกก่อนดิ มากอดฉันทำไมเนี่ย ลู ลู!”

“อือ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าอย่ามายั่ว—“ แฮร์รี่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ร่างเล็กที่กำลังละเลียดปลายนิ้วบนริมฝีปากของเขาอย่างยั่วยวนในท่าคร่อมร่างของเขาคือลูอี...ลูอี ทอมลินสัน เพื่อนร่วมวงของเขาเนี่ยนะ คิดแล้วแฮร์รี่ก็ต้องยีหัวให้กับความคิดบ้าๆที่แล่นพล่านผ่านโสตประสาทของเขาเมื่อครู่... ไม่เลยเขาไม่ได้ดูแข็งแกร่งและพูดเสียงเข้มเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ เพราะเสียงเล็กๆที่เสนาะหูกับร่างกายที่กะทัดรัดอย่างนี้มันทำให้คนตรงหน้าดูบอบบางและน่าขย้ำมากแค่ไหน

ลูอีบดเบียดส่วนล่างกับกางเกงยีนส์ของแฮร์รี่ เขาพยายามชั่งใจไม่เหลิงไปไกล แต่ไม่เขาทำไม่ได้ ก็ในเมื่อร่างเล็กปั่นประสาทเขาจนมันรัวขนาดนี้ ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่เขายิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้



แล้วจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่ยั่ว... (มีnc เป็นสเปเชียลพาร์ท)



ร่างเล็กปรือตาเพื่อปรับสายตารับแสงอาทิตย์ยามเช้า มันไม่เหมือนเช่นทุกวันเพราะเช้าวันนี้เขารู้สึกล้ามากกว่าปกติ อาจเป็นเพียงเพราะฤทธิ์น้ำเมาของเมื่อคืนที่ยังคั่งค้างอยู่ภายในลำไส้ แต่ทว่าเขากลับกังวลมากกว่านั้น

เมื่อคืนเขาฝัน... เป็นเพราะอยู่กับสาวๆจนดึกมากไปหน่อยทำให่เอาเรื่องอย่างว่ามาเก็บไปฝันแต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ก็ในความฝันไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาไปนั่งดื่มด้วยเลย แต่กลับเป็น...

ก๊อกๆๆๆ “ลู ถ้าตื่นแล้วลงไปรอที่หน้าล๊อบบี้ก่อนสิบโมงนะ” เสียงตะโกนจากอีกฟากของบานประตูทำให้คนร่างเล็กออกจากภวังค์ เขาคงยังไม่มีเวลาคิดเรื่องน่าปวดหัว เพราะสิ่งที่เขาจะต้องทำหลังจากนี้มันน่าปวดหัวยิ่งกว่าเสียอีก...


“ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องรีบร้อน ถ้านายยังคิดเพลงไม่ได้ก็ค่อยเอากลับไปเขียนต่อที่บ้านก็ได้” โปรดิวเซอร์อธิบายให้กับลูอีและเลียมฟังอย่างช้าๆ เขาทั้งคู่พยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรเสริมออกไป
แคร่เล็กๆวางอยู่ระหว่างคันนาเขียวชอุ่มและสวนดอกไม้นานาพันธุ์ ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่นับไม่ถ้วน เขาทั้งสองแยกย้ายกันไปนั่งตามสะดวกและค่อยๆเริ่มใช้สมองพร้อมกับมือในการจรดปลายปากกาเขียนบรรยายเนื้อเพลงที่เขาต้องการ

ลูอิสนั่งคิดแล้วคิดอีกแต่เขายังเลือกชื่อเพลงที่ถูกใจไม่ได้เลย ให้ตายเถอะ นี่เลียมเขียนไปได้กี่เพลงแล้วเนี่ย ไวเท่าความคิด คนร่างเล็กเดินไปหาเลียมที่กำลังนั่งใจจดใจจ่อกับแผ่นกระดาษเอสี่ “นายเขียนได้กี่เพลงแล้ว” ร่างหนาไม่ตอบเพียงแต่ชูใบกระดาษที่มีตัวหนังสือยั๊วเยี๊ยเต็มแผ่นกระดาษให้ดูแทน “โห อะไรวะ เก่งงี้เขียนทั้งอัลบั้มเหอะ” ลูอีสบถพลางหัวเราะ เขาอยากระเบิดสมองตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด เกิดมาจะมีสมองทำไมในเมื่อมันใช้การไม่ได้เนี่ย สงสัยอัลบั้มนี้คงไม่มีเพลงของเขาอยู่แน่ๆ
.
.
.

“เป็นอะไรปะเนี่ย ทำไมดูเครียดๆ” ใบหน้าเรียวที่ซุกลงหมอนนิ่มผละออกจากหมอนพลางอ้าปากตอบคำถาม “คิดเพลงไม่ออก แม่ง โคตร ยาก” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆเป็นเชิงให้อีกคนคลายเครียด “นายแต่งถึงไหนแล้วล่ะ”  ลูอีถามแฮร์รี่ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องแต่งตัว

“ก็ได้บ้าง ไหนฉันขอดูของนายหน่อย” ไม่รอช้า ร่างสูงลุกพรวดไปยังโซฟาฝั่งตรงข้ามที่คนตัวเล็กนั่งอยู่ มือหนาคว้าแผ่นกระดาษที่วางอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก “เห้ย เดี๋ยว เบาๆดิวะเดี๋ยวก็ขาดกันพอดี กว่าจะเขียนได้ไม่ง่ายนะเว้ย” ลูอีบนกลับไปตามแบบของเขา แต่เสียงแหลมพร้อมคำก่นนั้นกลับทำให้แฮร์รี่ชอบใจไปอีก

“เดี๋ยวฉันช่วยคิด” ว่าแล้วแฮร์รี่ก็หยิบแผ่นเพลงของอีกคนใส่แฟ้มเล่มโปรดของเขา “เดี๋ยวถ้าฉันแต่งเสร็จแล้วจะเอามาคืน”

“เอาจริงดิ งั้นเอาไป แต่งเยอะๆนะ ใส่ชื่อฉันลงไปด้วย” ลูอีไม่ได้ร้อนใจอะไรเขากลับแค่นหัวเราะเป็นเชิงประชดอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ก็แหม่ เก่งซะขนาดนั้น กับสมองเล็กๆของลูอีเหรอจะไปสู้แฮร์รี่ได้ ร่างสูงก้าวเท้าออกจากห้องแต่งตัวเหลือเพียงคนตัวเล็กที่นอนเล่นสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดอยู่บนโซฟา...

ความในใจที่เขาอยากจะสื่อให้อีกคนได้รู้ผ่านสิ่งๆนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...

“อ่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อนะ ฉันว่ามันเวิร์คแล้ว” ร่างสูงยื่นใบกระดาษให้กับโปรดิวเซอร์พลางสั่งกำชับไว้ “นี่ๆ นายยังไม่ให้ฉันอ่านเลยนะ...” ทันทีที่แฮร์รี่เดินออกมาจากห้องอัดเสียงลูอีก็เดินมาบอกแทบจะทันที

“ไม่ต้องห่วง ฉันเขียนชื่อนายแล้วน่า เชื่อสินายต้องชอบแน่ๆ ฉันขอตัวนะ” ว่าแล้วร่างสูงก็ถือโอกาสเดินหนีไปดื้อๆ ปล่อยระเบอดก้อนโตให้ลูอีคนนี้แก้ไขคนเดียว อะไรวะเนี่ย ไหนบอกว่าจะช่วยคิด นี่เรียกแต่งให้เลยชัดๆ เหอะๆ คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง คนตัวเล็กจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องตรงหน้าก่อนจะมองหาแผ่นกระดาษคุ้นตาที่วางกองอยู่บนโต๊ะ
“อยู่ไหนวะ” เสียงสบถเบาๆที่มีเพียงแต่เจ้าตัวที่ได้ยิน “เจอสักที” ลูอีถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะไล่อ่านที่ละบรรทัด

No Control
Written : Louis

ชื่อเพลงน่าสนใจแฮะ ว่าแต่เนื้อเพลงเกี่ยวกับอะไร..

นัยน์ตาสีฟ้าหม่นจ้องมองตัวหนังสืออย่างละเอียด ใบหน้ามีรอยยอ้มแต้มอยู่นิดๆ

Stained coffee cup
Just that fingerprinted lipstick's not enough
Sleep, where you lay
Still a trace of innocence on the pillow case
 ให้ตายเถอะ นี่แฮร์รี่กำลังหมายถึงอะไรกัน เขาไม่คิดว่าเด้กคนนั้นจะแต่งได้ขนาดนี้ น่าขำชะมัด

Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control

Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control

Taste on my tongue
I don't want to wash away the night before
The heat where you laid
I could stay right here and burn in this all day

Lost my senses
I'm defenseless
Her perfume's holding me ransom
Sweet and sour
I devour
Lying here I count the hours

Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control

(x2)Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control (x3)


ลูอีส่ายหัวให้กับตัวหนังสือตรงหน้า ภาพในความฝันแล่นผ่านสมองเขาไปอย่างช้าๆ ทุกท่วงทำนอง จังหวะหัวใจ หรือแม้แต่เสียงในความฝัน มันเหใอนถูกเขีนบรรยายลงในกระดาษตรงหน้า

จะว่าลูอีคิดอคติก็ได้ แต่ในความฝันของเขาเมื่อหลายวันก่อนหลังจากที่กลับออกมาจากผับมันช่างเหมือนในกระดาษแผ่นนี้เหลือเกิน หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกบรรยายลงเขาเป็นผู้ได้รับ เพราะคนที่เขาฝันว่าได้ร่วมรักกันอย่างร้อนแรงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย คนเขียนเพลงนี้ให้เขานั่นแหละ มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สิ่งที่ลูอีฝันแทบจะทุกรายละเอียด...

ใบหน้าขาวถูกแทนที่ด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ ริมฝีปากฉีกยิ้มหน่อยๆ เขารู้สึกเหมือนถูกบอกรักยังไงอย่างงั้น แต่ช่างมันก่อน เพราะสิ่งที่เขาอยากจะรู้ตอนนี้คือ แฮร์รี่รู้เรื่องในความฝันเขาได้ยังไง ไม่ทันจะได้นึกคำพูดที่จะออกไปสนทนากับเจ้าของบทเพลงนี้ร่างสูงก็เดินเขามาก่อนเสียแล้ว ลูอีสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะเดินตรงไปหาคนตรงหน้า

“แฮซ ฉันขอถามอะไหน่อยดิ” แฮร์รี่เลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยหลังจากนั้นเขาก็พยักหน้า “คือเนื้อเพลงนี้ คือ...นายเขียนมันเองเหรอ” แฮร์รี่พยักหน้าอีกครั้ง คราวนี้เป็นลูอีที่สงสัยหนักกว่าเดิม จังหวะก้อนเนื้อที่อยู่ในอกข้างซ้ายเต้นไม่สม่ำเสมอ “เอ่อคือ ฉันไม่ได้คิดอกุศลกับนายนะแฮซ แต่... เนื้อเพลงที่นายเขียนน่ะ มันเหมือนกับในความฝันของฉันเมื่อหลายวันก่อน และอีกอย่าง...”

“ฉันฝันว่าฉันกับนาย กำลังทำเรื่องอย่าว่าด้วยกัน คืออย่าเพิ่งว่าฉันนะ มันเป็นแค่ความฝันฉันสาบานได้ ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมนายถึงได้เขียนมันเหมือนกับสิ่งที่ฉันฝันได้ขนาดนี้ คือ...”

“บางทีฉันอาจจะอยู่ในฝันของนายก็ได้ ฉันเลยรู้ไง...” คำพูดของแฮร์รี่เล่นทำเอาคนตรงหน้าเขินจนทำตัวไม่ถูก ลูอีไม่รู้ว่าเขาแสดงสีหน้ายังไงออกไปตอนที่แฮร์รี่พูดแบบนั้น แต่รู้อีกทีแฮร์รี่ก็ดึงตัวเขาเข้าไปกอดเสียแล้ว

“แต่ใครบอกนายว่ามันคือความฝันล่ะ...” ร่างเลกไม่ขัดขืนเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับน้ำแข็ง เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คนที่เขาชอบ... คนที่เขาชอบมากอดเขาเนี่ยนะ เขารู้ตัวไหมว่าทำอีกคนแทบตายคาอกเนี่ย

“บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นจริง เพราะนายน่ะทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกทีเลยรู้ตัวบ้างไหม” เสียงแหบพร่าอันเป็นเสน่ห์ทุกครั้งที่ลูอีได้สดับฟังมัน มันมีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดใด..




“แล้วคิดอะไรตอนแต่งเพลงนี้ครับ?”



ไม่มีสิ่งใดบนโลกใบนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุและที่มา บางสิ่งบางอย่างอาจจะถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล แต่ใครจะไปรู้กันล่ะ บางทีคนที่เขาสร้างมันมาอาจจะมีเหตุผลที่เราไม่รู้ก็ได้ ไม่รู้ ไม่ได้แปลว่า จะไม่มีนะ จริงไหม...


“ผมคิดว่า... ผมกำลังหาเหตุผลของมันอยู่เหมือนกันครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมถึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมา สงสัยเป็นเพราะผมควบคุมตัวเองจากการจับปากาไม่ได้ล่ะมั้ง ก็อย่างว่านะครับNo Control ไงล่ะ”



Baby It’s mean you’re No Control




THE END
uanaunn.x

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แปลเพลง No Control - One Direction By uanaunn.

แปลเพลง No Control - One Direction 
Album : FOUR
เนื้อหาเพลงไม่เหมาะสม กรุณาใช้วิจารณาญาณในการอ่าน.... เนื่อเพลงแต่งโดยจอมมารลูอี
Ps. แปลผิดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะT////T (แก้ไขแล้ว : 16/05/15 19:57)



Stained coffee cup
Just that fingerprinted lipstick's not enough
Sleep, where you lay
Still a trace of innocence on the pillow case
แก้วกาแฟที่เป็นรอยเปื้อน (คำเปรียบเทียบ)
เพียงแค่จรดปลายนิ้วมือที่ริมฝีปากมันยังไม่พอ
ห้วงนิทรา  ในที่ที่คุณนอนอยู่
ยังคงมีร่องรอยของความบริสุทธิ์บนปลอกหมอน(ร่องรอยอะไร0//////0)

Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control
ตื่นขึ้นมา
ผมคือผู้มีอำนาจเมื่ออยู่ข้างๆกายเธอ (อีกความหมายนึงคือ น้องชายตื่น......)
ผมจะไม่ทนแล้วนะ
ผมเป็นของเธอ ทั้งหมดที่ผมได้รับมันควบควมไม่ได้(ยับยั้งชั่งใจไม่ได้...)
ควบคุมไม่ได้

Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control
เริ่มจะหมดแรง
และผมก็ไม่สนใจ มันชัดเจนอยู่แล้ว
ผมทำแล้วมันไม่พอใจเธอสักที
กับศึกครั้งนี้ ตอนนี้ดวงตาของผมเหมือนเริ่มจะปิดแล้วนะ
ควบคุมไม่ได้

Taste on my tongue
I don't want to wash away the night before
The heat where you laid
I could stay right here and burn in this all day
รสชาติที่สัมผัสมาบนเรียวลิ้นของผม
ผมไม่อยากจะล้างมันออกหลังจากเมื่อคืนก่อน
สิ่งเร่าร้อนที่เธอได้ปลดปล่อย
ผมจะอยู่ที่นี่และแผดเผาสิ่งนั้นตลอดทั้งวันเลยล่ะ

Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control
ตื่นขึ้นมา
ผมคือผู้มีอำนาจเมื่ออยู่ข้างๆกายเธอ
ผมจะไม่ทนแล้วนะ
ผมเป็นของเธอ ทั้งหมดที่ผมได้รับมันควบควมไม่ได้
ควบคุมไม่ได้

Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control
เริ่มจะหมดแรง
และผมก็ไม่สนใจ มันชัดเจนอยู่แล้ว
ผมทำแล้วมันไม่พอใจเธอสักที
ศึกครั้งนี้ ตอนนี้ดวงตาของผมเหมือนเริ่มจะปิดแล้วนะ
ควบคุมไม่ได้

Lost my senses
I'm defenseless
Her perfume's holding me ransom
Sweet and sour
I devour
Lying here I count the hours
ความรู้สึกของผมหายไป
ผมต้องป้องกันตัวเอง (ควบคุมสติให้ไม่เหลิง)
กลิ่นน้ำหอมของเธอกำลังครอบครอง
มันทั้งหอมและเซ็กซี่
ผมได้ละเลียดลิ้มรสมัน
นอนอยู่ตรงนี้จนผมนับชั่วโมงได้เลย

Waking up
Beside you I'm my loaded gun
I can't contain this anymore
I'm all yours I've got no control
No control
ตื่นขึ้นมา
ผมคือผู้มีอำนาจเมื่ออยู่ข้างๆกายเธอ
ผมจะไม่ทนแล้วนะ
ผมเป็นของเธอ ทั้งหมดที่ผมได้รับมันควบควมไม่ได้
ควบคุมไม่ได้

Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control
No control
No control
เริ่มจะหมดแรง
และผมก็ไม่สนใจ มันชัดเจนอยู่แล้ว
ผมทำแล้วมันไม่พอใจเธอสักที
ศึกครั้งนี้ ตอนนี้ดวงตาของผมเหมือนเริ่มจะปิดแล้วนะ
ควบคุมไม่ได้ (x3)

Powerless
And I don't care it's obvious
I just can't get enough of you
The battle's now my eyes are closed
No control
เริ่มจะหมดแรง
และผมก็ไม่สนใจ มันชัดเจนอยู่แล้ว
ผมทำแล้วมันไม่พอใจเธอสักที
ศึกครั้งนี้ ตอนนี้ดวงตาของผมเหมือนเริ่มจะปิดแล้วนะ
ควบคุมไม่ได้



N O C O N T R O L
uanaunn.x

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

[Larry] MyNeighbor


My Neighbor



xx


“แม่ครับ ผมขอออกไปเล่นข้างนอกนะ” เด็กผู้ชายวัยสิบปีตะโกนบอกผู้เป็นแม่ เขาไม่รอคำตอบเหมือนกับแน่ใจอยู่แล้วว่าแม่ของเขาต้องอนุญาต เด็กชายไม่รอช้า ในมือมีรถยนต์ของเล่นคันสีดำเงาใหม่เอี่ยม รถลัมโบกินี่คันนี้เขาเพิ่งจะไปซื้อมันมาจากห้างสรรพสินค้าตรงข้ามกับโรงเรียนเมื่อเช้านี้เอง

ร่างเล็กตรงดิ่งไปยังรั้วบ้านสีน้ำตาลอ่อน กวาดสายตายไปทั่วบริเวณบ้านเมื่อพบว่าไม่มีใครยืนอยู่จึงตะโกนเรียกชื่อของใครอีกคน “ลู มาดูรถคันใหม่ของฉันสิ” เรียวนิ้วยังคงเกาะแกะอยู่กับรั้วบ้านเล็กๆ ถึงมันจะไม่ได้สูงมาก แต่เขาก็ข้ามมันไปไม่พ้นอยู่ดี

ประตูบานใหญ่เปิดออกตามมาด้วยเด็กชายร่างเล็กเดินก้าวเท้าออกมา ผมที่ยุ่งเหยิงบวกกับชุดนอน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาเพิ่งตื่นนอนแน่ๆ

“ทำไมออกมาช้าจัง.. นี่ รถคันนี้สวยไหม” ดวงตาสีฟ้าหม่นเบิกโตเมื่อเห็นว่ารถคันตรงหน้าช่างสง่างามเหลือเกิน นี่น่ะหรือที่เรียกว่าลัมโบกินี่...

“นายซื้อมันมาเหรอ...” ลูอีจดจ้องมันนานเป็นพิเศษ ก็รถคันนี้เขาฝันว่าอยากจะได้มันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และตอนนี้มันก็อยู่ตรงหน้าเขา... “อ่าห้ะ นายชอบมันเหรอ”

“ชะ...ใช่ ฉันขอดูหน่อยได้ไหม?” มือเล็กยื่นมือมาเป็นเชิงขอ เด็กชายผมลอนยื่นมันให้กับเขาอย่างว่าง่าย “ถ้านายชอบมัน... เอาไปเลยก็ได้นะ” ลูอีเบิกตาโตกว่าเดิม เขาส่ายหัวนิดๆคล้ายจะเอ่ยคำว่าไม่เป็นไร แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากอีกคนก็พูดแทรกขึ้นเสียแล้ว

“เอาไปเถอะน่า... คิดซะว่าเป็นของขวัญที่นายสอบได้ที่หนึ่งก็แล้วกัน ฮ่าๆ” กลุ่มผมลอนสีน้ำตาลเข้มที่ปรกลงมาบังใบหน้างามถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ เขาฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ “ขะ..ขอบคุณนะ” ลูอีรับมันอย่างระมัดระวัง เรียวนิ้วเล็กสัมผัสไปที่ของเล่นชิ้นใหม่อย่างทะนุถนอมประหนึ่งว่ามันคือของจากคนสำคัญ ที่เขาต้องรักษามันไว้เท่าชีวิต...

เรียวมือเล็กเซ็ตผมอย่างลวกๆ เขาคว้ากระเป๋าเรียนคู่ใจพร้อมกับเดินออกมาจากห้องน้ำ

เมื่อเช้าเขาตื่นสาย ใช่... และวันที่ตื่นสายดันเป็นวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนใหม่ โรงเรียนใหม่ที่ว่านี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบ้านของเขานัก แม่ของเขาเพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ได้ไม่ถึงสองเดือน จึงทำให้เขาต้องย้ายที่เรียนตามมาด้วย

 ไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวเท้าก็เดินมาหยุดที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์ เขาไม่รอช้าเดินตรงเข้าไปในห้องเพื่อจะถามถึงห้องที่เขาจะได้เข้าเรียน “อะ..เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าห้องของผ—“

“เธอคือทอมลินสันใช่ไหมจ๊ะ” ใบหน้าหวานพริ้มของคนตรงหน้าฉีกยิ้มให้บางๆ ลูอีพยักหน้าเป็นคำตอบ “งั้นตามฉันมาทางนี้” ผู้หญิงตรงหน้าพูดขึ้นก่อนที่จะเดินนำหน้าเขาไป

ลูอีใช้สายตากวาดมองนักเรียนมากหน้าหลายตาจากการเดินผ่านห้องเรียนมาเป็นสิบๆห้อง นักเรียนบางคนมองเขาด้วยสายตาเป็นมิตร บ้างก็มองด้วยสายตาหยาดเยิ้ม บ้างก็ดูไม่พอใจ แต่ชั่งเถอะ... เขาเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เรื่องที่เขาสนใจน่ะมันสำคัญกว่านี้ตั้งเยอะ

“นี่จ๊ะ ห้องเรียนของเธอ ได้ตารางเรียนแล้วใช่ไหม” ลูอีพยักหน้าตอบแบบลวกๆเหมือนจะให้การสนทนาระหว่างอาจารย์และเขาจบลงเร็วๆ “งั้นขอให้เรียนสนุกนะ ไปทำความรู้จักกับเพื่อนตามสบายเลย” ว่าแล้วใบหน้าสวยเมื่อสักครู่ก็กลับกลายเป็นแผ่นหลัง ก่อนที่จะเดินลับสายตาของเขาไป

ลูอีสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะผ่อนมันออกมาช้าๆ เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง กวาดสายตามองโต๊ะเรียนที่เขาจะเลือกมันเป็นที่นั่งประจำ แต่ทว่ากลับมีหลายสายตาจดจ่อมาที่เขาที่เป็นจุดเด็ดอยู่ตอนนี้ ลูอีทำหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกไป และไม่นานเขาก็เลือกที่นั่งได้...

ลูอีเลือกนั่งที่ริมหน้าต่าง เผื่อเวลาที่เขาเบื่อๆจะได้มองออกไปข้างนอกนั่น อย่างน้อยก็มีแม่น้ำกับลมอ่อนๆที่ทำให้เขาผ่อนคลายได้บ้าง

“เฮ้ เด็กใหม่เหรอ” ชายหนุ่มผมสีดำสนิทใบหน้าคมราวกับเพชรที่ถูกเจียระไนมาอย่างดีหันมาทางเขาพร้อมเอามือเท้าโต๊ะ ลูอีชี้นิ้วไปที่ตัวเองคล้ายจะสื่อว่า ฉันเหรอ และเหมือนเพื่อนใหม่จะเข้าใจเขาพยักหน้ารัวๆก่อนที่จะเอ่ยสมทบ “อ่า นายนั่นแหละ” เพื่อนใหม่พูดพลางหัวเราะเบาๆ ร่างสูงลุกพรวดจากโต๊ะข้างหน้าเปลี่ยนที่นั่งมาเป็นโต๊ะข้างๆกับเขา

“ชื่ออะไรล่ะ” ลูอีตั้งใจสดับฟังเสียงของเพื่อนร่วมห้อง ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำตอบออกไป “ลูอิส...ลูอิส ทอมลินสัน เรียกว่าลูอีเฉยๆก็ได้” ทันทีที่คนตาสีฟ้าหม่นพูดจบประโยค เจ้าของคำถามก็พยักหน้ารัวๆหนึ่งทีก่อนที่จะยื่นมือข้างขวามาให้ “ฉันเซน มาลิค เรียกว่าเซนเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก...ลูอี” ลูอีหัวเราะให้กับคำพูดที่เพื่อนใหม่ได้ล้อเลียนเขา เขาฉีกยิ้มบางๆให้ก่อนที่จะยื่นมือไปตามมารยาท “ยินดีที่รู้จักเช่นกัน...เซน”
.
.
.

เด็กชายวัยสิบปีเศษสะพายกระเป๋าสีน้ำตาลอ่อนคล้ายกับสีผมของเขา ร่างเล็กเดินลัดเลาะสนามหญ้าหน้าบ้านก่อนที่จะวางกระเป๋าลงหน้าประตูบานใหญ่ มีผู้หญิงอีกคนเดิมตามมาติดๆ เขาวางกระเป๋าอีกสองใบลงพร้อมกับหยิบกุญแจพวงเล็กๆมาไขประตู ก่อนที่ทั้งสองคนจะหายเข้าบ้านไปพร้อมๆกัน

อีกฟากหนึ่งของรั้วบ้าน เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันฉีกยิ้มอย่างปลื้มปิติ เขาจ้องมองเพื่อนบ้านคนใหม่โดยไม่ละทิ้งสายตา จนกระทั่งเด็กคนนั้นเดินเข้าบ้านไปดวงตาสีมรกตก็ยังไม่ละสายตาเช่นกัน

เพื่อนบ้านคนใหม่... เขารอวันนี้มานานแล้ว

“ไง” เด็กชายตาสีฟ้าหม่นมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงุนงง แต่เพื่อเป็นการไม่เสียมารยาทเขาฉีกยิ้มอ่อนๆกลับไปแทนคำตอบ “เฮ้ ได้ยินใช่ไหม? ฉันทักนายเห็นหรือเปล่า” ร่างเล็กอุบเสียงหัวเราะแทบไม่ทัน กับท่าทางของอีกฝ่ายที่ที่ทำหน้ากวนโอ๊ยเหลือเกิน

“ได้ยิน...” เขาไม่ตอบอะไรกลับไปมาก เพราะเขาชอบให้อีกฝ่ายเป็นคนถามมาก่อนมากกว่า

“นี่ไม่คิดจะทำความรู้จักเพื่อนบ้านหรือไง อ่ะ ไม่เป็นไร งั้นฉันขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน” ว่าแล้วแฮร์รี่ก็กระแอมหนึ่งครั้งพอเป็นพิธี แต่เล่นทำร่างเล็กตรงหน้าแทบสำลักน้ำลายอยู่รอมร่อ “ฉันแฮร์รี่ เพื่อนบ้านสุดหล่ออยู่บ้านหลังนี้ที่ติดกับนาย บ้านฉันมีของเล่นรุ่นลิมิเต็ดทุกอย่าง ไม่ว่าจะซุปเปอร์คาร์ โมเดลรถ ของเล่นเครือมาร์เวล หรือแม้กระทั่งบาร์บี้... ของพี่สาวฉันน่ะนะ...” แฮร์รี่เว้นวรรคประโยคให้อีกคนแนะนำตัวบ้าง “ฉ...ฉัน ลูอี”

“แนะนำตัวสั้นจัง แต่ชั่งมันเถอะ ถ้านายอยากมาเล่นบ้านฉันเมื่อไหร่ก็มาได้ตลอดเลยนะ” ลูอีพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจ แฮร์รี่ทิ้งตัวนั่งลงที่ม้านั่งข้างๆตัวเพื่อนบ้านคนใหม่ ร่างที่ใหญ่กว่าอีกคนเล็กน้อยขยับไปใกล้ๆจนแขนของทั้งสองแนบชิดกัน ร่างเล็กถึงกับฉงนกับการกระทำของอีกฝ่าย เขานั่งนิ่งเหมือนตัวเป็นน้ำแข็งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัว สัมผัสอุ่นๆบริเวณใบหูข้างซ้าย ตามมาด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา...

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...  คุณเพื่อนบ้าน”


ร่างเล็กกระตุกแขนเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่บริเวณไหล่ ลูอีหันไปตามแรงนั้นก็พบว่าเพื่อนข้างโต๊ะของเขานี่เองที่เป็นคนสะกิดเรียก “เหม่ออะไรอยู่เอ่ย?” ใบหน้าคมเอ่ยขึ้นในขณะที่สายตายังจดจ้องกับเกมกดใต้โต๊ะ

ฟังไม่ผิด... เขาแอบเล่นเกมในชั่วโมง

ลูอีสายหัว “ไม่มีอะไรหรอก” เซนไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่ลูอีก็พอจะเดาได้ว่าเซนคงไม่มีทางเชื่อสิ่งที่เขาพูดออกไปแน่

เขาโกหก... สิ่งที่พูดอยู่ไม่ได้เป็นความจริงเลยสักนิด แต่ใครจะมานั่งเล่าเรื่องที่ตัวเองคิดให้คนอื่นฟังกันเล่า มันควรเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เหรอ แต่ก็ดีที่เซนไม่ได้เรียกร้องเอาอะไรจากคำตอบนั้น เขาถามเพียงเพราะว่าอาจจะให้ลูอีช่วยมองคุณครูให้เขาก็ได้

แล้วจะคิดให้ปวดหัวทำไมละวะเนี่ย

“โอเคหมดเวลาคาบนี้แล้ว ไปพักได้เลยจ่ะ” ทันทีที่สิ้นเสียงของคนที่ยืนอยู่หน้าชั้น เสียงกริ่งก็ดังขึ้นเหมือนรู้งาน นักเรียนในห้องต่างทยอยกันลงไปที่โรงอาหาร เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่นั่งอยู่บนห้อง ลูอีกะว่าจะขอเดินสำรวจโรงเรียนนี้อีกสักหน่อยแล้วค่อยเลยไปที่โรงอาหาร

ไวกว่าความคิด ร่างเล็กลุกขึ้นพรวดเดียว มือเล็กคว้ากระเป๋าสตางค์ในเป้สะพาย สองเท้าเตรียมก้าวออกจากโต๊ะ แต่ไม่ทันจะยกข้อเท้าก็มีมือมารั้งแขนเขาไว้ก่อน

“เดี๋ยวดิ รีบไปไหน” ไม่ใช่มือของใครที่ไหน เพื่อนข้างโต๊ะเขานั่นแหละ เซนละมือออกจากเรียวแขนของลูอีก่อนที่จะกลับไปให้ความสนใจที่เกมกดดังเดิม “รอฉันแปบนึง” เหมือนอีกคนจะนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรออยู่ เขาเก็บเครื่องเกมนั้นใส่กระเป๋า ร่างสูงลุกขึ้นและเดินตรงไปยังโต๊ะแถวกลาง

“เห้ย เสร็จยังวะ กินข้าวกัน” ลูอีที่ยืนมองอยู่ข้างหลังตวัดสายตามองไปที่กลุ่มนักเรียนตรงหน้า ถ้าเดาไม่ผิดนั่นคงจะเป็นเพื่อนของเซนเหมือนกัน

“เออพอดีเลย หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย” เสียงดูสุขุมแต่กลับดูน่าเกรงขามของคนหนึ่งในกลุ่มดังขึ้น “เลียม ฉันเพิ่งเห็นแกแอบยัดแซนวิชเข้าปากเมื่อตะกี้นะ” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น พวกเขายืนเถียงกันไปเถียงกันมาจนทำให้ลูอีแอบหัวเราะกับความทะเล้นของแต่ละคนตามไปด้วย

“เห้ยๆ หยุดพล่ามแล้ว เพื่อนฉันรอกินข้าวอยู่เนี่ย” เซนว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก เพื่อนอีกสองสามคนก็หันขวับมาที่ลูอีพร้อมๆกัน “แหมะ สนิทไวจังนะมึง เมื่อตอนเช้ากูยังเห็นมึงบ่นว่าตู—“
“เชี่ย--!” เซนตะปบมือหนาปิดปากเพื่อนคนนั้นพลางหันมายิ้มแหยๆให้กับลูอี

พวกนี้ตลกดีแฮะ อยากจะเข้าไปทำความรู้จักซะแล้วสิ

“แล้วนี่นายชื่ออะไรล่ะ” คนชื่อเลียมเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนให้ความสนใจมาทางเขาหมด “ลู—“

“ลูอิส ทอมลินสัน เรียกว่าลูอีเฉยๆก็ได้” เสียงหนึ่งขัดขึ้นก่อนที่เขาจะเอ่ยต้นประโยค เซนได้เอ่ยแนะนำตัวแทนเขาไปเรียบร้อยแล้ว “แหม่ มึงรู้จักเขาดีจังนะเซน ระวังไอแฮซมาเห็นล่ะ มึงโดนมันต่อยแน่” ทุกคนหัวเราะชอบใจกับคำพูดของเลียม “กล้าพูด อย่างแฮร์รี่นี่นะจะกล้าต่อยฉัน ขำว่ะ ฮ่าๆๆ”

ชื่อนั่นมันคุ้นเคยเหลือเกิน จะใช่เขาหรือเปล่านะ


ถาดอาหารที่อยู่ในมือวางลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เขาจัดการหยิบน้ำส้มออกจากถาด ตามด้วยจานอาหารสีสันดูน่าทาน สปาเกตตี้เหมาะกับกลางวันนี้เป็นอย่างมาก ลูอีพิจารณาอาหารในจานอย่างละเอียดอ่อน เขาตักเศษหัวหอมที่ไม่ชอบออกจากจาน หลังจากนั้นก็ค่อยๆใช้ส้อมม้วนเส้นเข้าปาก

“ไง”
พรืดด!...

เส้นสปาเกตตี้ร่วงลงอย่างรวดเร็วทำให้น้ำซอสในจานกระเด็นไปโดนเสื้อของลูอี ร่างเล็กยังไม่ทันได้เงยหน้ามองผู้ที่มาใหม่ เขารีบคว้าทิชชู่ในกระเป๋ามาเช็ดเสื้อยืดสีอ่อน และเช็ดมันอยู่อย่างนั้นจนคราบซอสสีส้มเริ่มจางไป

ดีที่ซอสกระเด็นโดนแขนเขาพอดี ถึงจะเปื้อนเสื้อนิดหน่อยแต่ก็คงไม่ได้เลอะอะไรมากมาย รอให้ทานเสร็จแล้วค่อยไปล้างทีเดียว ว่าแล้วลูอีก็เงยหน้าเพื่อจะดูว่าผู้มาใหม่เป็นใคร แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไปคนมาใหม่ก็ชิงโอกาสพูดก่อนเสียแล้ว

“นายคือนักเรียนใหม่ใช่ไหม” ลูอีพยักหน้าเบาๆให้เป็นคำตอบ สายตาจดจ้องใบหน้าคนตรงหน้า ใบหน้าเรียวแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์

เหมือน... เหมือนเขามาก..

“หน้าฉันฉันมีอะไรเปื้อนเหรอ” คนตรงหน้าเอามือถูๆหน้าพลางเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพร้อมจะเช็ด “ม...ไม่ใช่ หน้านายไม่ได้มีอะไรเปื้อน” เสียงตะกุกตะกักของลูอีทำเอาคนตรงหน้าตลกไม่ใช่น้อย อาจเป็นเพราะเขาเสียงเล็กเวลาเอ่ยเสียงเบาจึงทำให้เหมือนเสียงขาดช่วงไป

“อ้าวเหรอ ก็เห็นนายจ้อง คิดว่ามีอะไรติดหน้าซะอีก” เขาหัวเราะพลางตักอาหารเข้าปาก “นายชื่อลูอีใช่ไหม...” ลูอีพยักหน้าสองที “นายล่ะ?”

แฮร์รี่...” แฮร์รี่ว่ากลับมาพลางตักอาหารในชามเข้าปากเป็นคำที่สอง ลูอีหยุดกึก ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาดูดรวดเดียวจนน้ำหายไปครึ่งแก้ว “แค่กๆๆ!”

“เอ้า กินช้าๆสิ เดี๋ยวก็ติดคอตายกันพอดี” แฮร์รี่หัวเราะให้กับท่าทางเฉิ่มๆของลูอี อีกคนอายแทบจะมุดตัวหนีไปอยู่แล้ว

“ทำไมนายมากินข้าวคนเดียวล่ะ...” ลูอีเปลี่ยนเรื่องคุย ดวงตาสีฟ้าหม่นหลุบตาต่ำเมื่อรู้ตัวว่าอีกคนกำลังมองหน้าเขาอยู่

เขาไม่ได้รังเกียจ หรืออาย แต่เขาแค่ทำตัวไม่ถูก..

“อ้อ ฉันแวะไปเข้าห้องน้ำมา เพื่อนกลุ่มเดียวกันเลยหนีไปกินข้าวกันหมด แล้วนี่ทำไมนายมานั่งกินคนเดียว ฉันเห็นนายเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อนฉันนะ”

กลุ่มเพื่อนของแฮร์รี่งั้นเหรอ... คงหมายถึงเซนสินะ
“ฉันอยากเดินสำรวจดูโรงเรียนให้ทั่วก่อน เลยให้พวกเขาลงรอที่โรงอาหาร” แฮร์รี่ก้มหน้าลงเขี่ยข้าวในจานของช่นเดียวกับลูอี “แล้วโรงเรียนไปไงบ้าง ชอบที่นี่ไหม”

“อื้ม... ชอบสิ ชอบมากด้วย” นัยน์ตาสีมรกตแววตาเป็นประกายยามสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายนี้

มันช่างงดงามเหลือเกิน

“เออนี่ นายเตะบอลเป็นหรือเปล่า” เสียงแหบของอีกคนที่พยายามดัดเสียงให้ดูนุ่มนวลเอ่ยขึ้น “เป็นสิ ฉัน...เอ่อ ฉันชอบเตะบอล”

“พอดีเลย นายสนใจเข้าชมรมฟุตบอลกับฉันไหม กำลังต้องการตัวนักบอลเก่งๆพอดี” แฮร์รี่ฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับอีกคน

รอยยิ้มที่คุ้นเคย รอยยิ้มที่เขาต้องการเห็นมัน...

“สนใจ...ฉันสนใจ” ลูอีไม่ลังเลกับคำตอบเลยสักนิด แฮร์รี่ยกยิ้มให้กับคำตอบ เป็นคำตอบที่เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก ร่างตรงหน้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนที่จะค่อยๆโน้มตัวไปหาคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามโดยไม่แคร์สายตาใครต่อใครที่อยู่ในโรงอาหารนี้

ลูอีตัวแข็งทื่อ ได้แต่ยิ้มจางๆให้กับอีกคนที่เดินผ่านหน้าไป...

เหมือนกับวิญญาณของเขาหลุดลอยไปซะอย่างนั้น

“ยินดีที่รู้จักนะครับ คุณเพื่อนใหม่...”
.
.
.

“แฮร์รี่ ส่งมาทางนี้!”

เสียงตะโกนลั่นสนามหญ้าสีเขียวขจี กับเวลายามเย็นนี้แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องไปทั่วพื้นสนาม คนจำนวนมากมานั่งเชียร์ศึกฟุตบอลเล็กๆที่ไม่ได้เป็นทางการและไม่ได้มีอะไรเป็นเดิมพันนอกจากคนแพ้ต้องเลี้ยงอาหาร คนรอบข้างส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน... ต่างจากคนที่นั่งอยู่ข้างล่างนี้เหลือเกิน

ลูอีมานั่งรอตั้งแต่เที่ยงวันจนตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ไม่ต้อถามว่ามารอใคร มีเพียงคนๆเดียวเท่านั้น

“แฮร์รี่ กรี๊ดดดด!” เสียงกรีดร้องดังยิ่งว่าอยู่ในคอนเสิร์ตอื้ออึงอยู่ข้างๆหูของคนร่างเล็ก เขาใช้สองมืออุดหูด้วยความรำคาญ

สามอาทิตย์แล้วที่ลูอีต้องมานั่งรอแฮร์รี่เตะฟุตบอลอย่างนี้ ถ้าให้เขามารอเขาไม่เคยบ่น แต่นี่ให้มานั่งรอทั้งที่ตัวเองก็มีนัดกับคนอื่นอยู่แล้ว แถมเรื่องที่บอกว่าจะพาเข้าชมรมก็ดันลืมไปเองเสียดื้อๆ เขาเองก็ไม่อยากจะไปยุ่มย่ามอะไรมากนัก แต่มันก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้เลย

“หิวไหม ไปกินข้าวกัน” นัยน์ตาสีฟ้าหม่นหลุบตาต่ำ ถึงเขาจะรู้ว่าอีกคนไม่ได้จ้องหน้าเขาเพราะมัวแต่ผูกเชือกรองเท้าก็เหอะ “ไม่หรอก ยังไม่—“

“แฮซซซ~” แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นหันไปมองคนที่เอ่ยชื่อเขาเมื่อครู่ “ปะ ไปกินข้าวกัน ฉันหิ๊วหิวว” หญิงสาวร่างเล็กแต่งตัวล่อแหล่มนุ่งน้อยห่มน้อยเดินมาเกาะแกะแขนของคนตรงหน้า ลูอีเบือนหน้าหนีภาพนั้นเหมือนไม่พอใจ

ใช่ เขาไม่พอใจ คนอะไรไร้มารยาท ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงป่านนี้ด่ากราดไปแล้ว

“ตะ...แต่ ฉันมีนัดแล้วล่ะ” หญิงร่างเล็กได้ยินดังนั้นก็กระโดดดิ้นแสดงท่าทางไม่พอใจอย่างมาก “ใคร นังผู้หญิงหน้าไหนมานัดนาย แฮซบอกมา ฉันจะไปจัดการมัน บังอาจมาชิงตัดหน้าฉันได้ยังไง” เขารู้สึกหงุดหงิดมามากกว่าเดิมเป็นสิบเท่าตัว  ว่าแล้วลูอีก็ต้องเบิกตาโต ก็คนที่แฮร์รี่ว่ามีนัดน่ะไม่ใช่ผู้หญิงที่ไหนเลย...

แต่คือลูอี!

“หมะ...หมายความว่าไง ผู้ชายคนนี้เนี่ยนะ! แฮซ... นายชอบผู้ชา—“

“เข้าใจผิดแล้ว ผมกับแฮร์รี่เราเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วผมก็ไม่ได้ไปกินข้าวกับเขาด้วย...แฮซ ฉันขอตัวนะ” ไม่ว่าเปล่า ลูอีหมุนตัวเดินออกมาจากจุดๆนั้นทันที
“ลู...รอฉันก่อน!” คำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินชัดที่สุด ลูอีเดินออกมาโดยไม่หันไปเหลียวหลังคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสักนิดเดียว


ไม่เข้าใจ...ทำไมเขาต้องหงุดหงิด

ไม่เข้าใจ...ทำไมเขาต้องเดินหนีออกมาแบบนี้

ทุกอย่างมันตีรวนกันอยู่ในสมองของเขา เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย...





“จำเอาไว้ อย่ามาพูดจาไม่ดีใส่ฉันกับลูแบบนี้อีก” แฮร์รี่สะบัดข้อมือให้หลุดจากพันธนาการของหญิงสาวเมื่อครู่ สองเท้าปรี่วิ่งตามร่างเล็กที่เพิ่งจะเดินออกไปไม่นานนี้

เขาวิ่งมาได้สักพักก็พบว่าคนที่เขาต้องการจะหาไม่อยู่ตรงนี้แล้ว เกือบจะได้โอกาสแล้วเชียว อีกนิดเดียวโอกาสก็จะเป็นของเขา ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้นมาล่ะก็

“โธ่เว้ย!!!” แฮร์รี่สบถออกมาด้วยความโมโห ทำไมกัน เขาพลาดโอกาสเหมาะๆไปได้ยังไง หากว่าแฮร์รี่รีบดึงตัวร่างเล็กมาตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้ลูอีก็คงอยู่ในห้องเขาแล้ว ป่านนี้เราก็คงได้ปรับความเข้าใจกัน

เขารอมาห้าปีเต็ม ดันมาพลาดท่ากะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว

ร่างเอื้อมหยิบโหลแก้วใบเล็กขึ้นมาวางไว้ตรงหน้า...

มันควรจะถูกส่งคืนให้เจ้าของได้แล้ว ตลอดห้าปีที่มันถูกเก็บรักษาไว้ในขวดแก้วใบนี้... ถึงเวลาที่เขาต้องบอกความจริง

“นายจะไปไหน” ลูอีตะโกนเรียกเพื่อนข้างบ้านที่กำลังก้าวเท้าออกจากประตูอย่างเร่งรีบ “ไปเตะบอล” ลูอีรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับคำพูดอันห้าวเหินแบบนั้น

ผ่านมาสองปีแล้วเขาและแฮร์รี่ยังคงเล่นด้วยกันไปไหนมาไหนตลอด แต่ลูอีกลับรู้สึกว่าแฮร์รี่ดูห่างเหินกับเขา เพราะนับวันเวลาที่ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็เริ่มลดน้อยลง จนกระทั่ง... ไม่ได้เล่นด้วยกันทั้งอาทิตย์ และมันก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆเมื่อแฮร์รี่ไปสมัครสโมสรฟุตบอลของหมู่บ้าน มันยิ่งทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอหน้ากันเลย

“แฮซ จะไปไม่ได้นะ วันนี้วันเกิ—“
“ฉันมีแข่งวันนี้ลู นายอย่างี่เง่าได้ไหม” แฮร์รี่ไม่ได้สนใจกับคำพูดของลูอีด้วยซ้ำ และมันทำให้เขาลืม... ลืมว่าวันนี้วันอะไร “แต่เดี๋ยวแฮซ...” ลูอีเอื้อมเรียวมือเล็กพยายามจะคว้าแขนของอีกฝ่าย และสิ่งที่แฮร์รี่ทำกลับมาคือการสะบัดแขนสุดแรง “โธ่เว้ย”


เพล้ง!...


ขวดโหลแก้วร่วงหล่นลงพื้น เศษแก้วกระจัดกระจายไปทั่วพื้นบรเวณนั้น ลูอีที่ยืนนิ่งอยู่ถึงกับอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

“เห้ยลู ฉันขอโทษ” ลูอีไม่ได้สนใจสิ่งที่แฮร์รี่พูดสักนิด ร่างเล็กย่อตัวลงพยายามเก็บเศษแก้วใส่มือ พร้อมกับของที่บรรจุอยู่ในเศษแก้วเมื่อกี้นี้ด้วย... “อย่าเดี๋ยวบาดมือ” แฮร์รี่จับข้อมือของอีกคนให้คว่ำฝ่ามือลง เศษแก้วที่อยู่ในมือเมื่อสักครู่ตกลงที่พื้นปูนดังเดิม แฮร์รี่ใช้เท้าเขี่ยไปให้มันไปกองอยู่รวมกับเศษขยะอย่างอื่น

“แค่นี้เองเดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่ อ้ะ ฉันไปก่อนนะสายแล้ว” ว่าแล้วร่างสูงในชุดนักกีฬาฟุตบอลก็วิ่งสุดความเร็ว และแล้วเขาก็หายลับสายตาไป...

ลูอียืนมองเศษแก้วนั้นอย่างสุดจะทน เขาอยากร้องไห้ เขาอยากตะโกนด่าไอ้คนเมื่อกี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้น ทำผิดแล้วก็วิ่งหายหนีไป ปล่อยให้ลูอีคนนี้ต้องมาเก็บจัดการคนเดียว

คนโกหก... ทั้งๆที่เป็นคนบอกเองว่าให้เขารักษาของชิ้นนี้ให้เท่าชีวิต แต่คนที่ให้ของชิ้นนั้นกับลูอีกลับกลายเป็นคนทำลายมันซะเอง
ทำลายโดยไม่เหลือเยื่อใย

หัวใจของคนร่างเล็กแทบแหลกสลายตามเศษแก้วพวกนั้น

หากหัวใจดวงนี้เป็นแก้ว ก็คงจะแหลกละเอียดตั้งแต่ที่เขาคนนั้นปัดมันทิ้ง
หากสายใยพันธ์ผูกของเขาเป็นสร้อยคอที่มีเพชรงามสง่า ก็คงจะขาดตั้งแต่เขาพูดแบบนั้น

ก็ดี ถ้าแฮร์รี่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้เขาก็จะปล่อยเศษแก้วลงตรงนี้นี่แหละ เขาจะไม่รักษามันอีกแล้ว... ไม่มีวัน

“ลูอีมาติวหนังสือให้ฉันหน่อยสิ” เสียงแหบพร่าที่พยายามดัดให้ดูนุ่มนวลเอ่ยขึ้นไล่หลัง ร่างเล็กตรงหน้าไม่ได้ตอบอะไร เรียวมือเล็กคว้าลูกฟุตบอลขนาดพอตัวเดินผ่านหน้าร่างสูงไป

“ได้ยินที่ฉันพูดไหมลู แล้วนี่จะไปไหน เดี๋ยว!” มือหนารั้งแขนคนร่างเล็กไว้ ลูอีหันไปมองตามแรงดึง เขาชักสีหน้าเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขารำคาญ “ฉันจะไปไหนก็เรื่องของฉัน ปล่อย”

“ละ...ลู นายยังไม่หายโกรธฉันเหรอ ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษจริงๆ คือฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย มันสำคัญมาก ฉันอยากให้นายฟังฉันก่อน—“

“ขอโทษนะ วันนี้ฉันมีแข่งบอลซะด้วยสิ ฉันคงฟังนายไม่ได้หรอก อ้ะ จะได้เวลาแข่งแล้ว ขอตัว” ลูอีสะบัดแขนเหมือนกับที่แฮร์รี่เคยสะบัดแขนใส่เขา ร่างสูงตกใจเมื่อคนตรงหน้าพูดในสิ่งที่เขาเคยทำในวันนั้น วันที่ทำให้ลูอีเปลี่ยนไปแบบนี้

แต่แฮร์รี่ไม่อยากจะคิดอะไรให้ปวดหัวทั้งนั้น สิ่งที่เขาจะต้องการจะบอกลูอีมันเหนือกว่าสิ่งอื่นใด...

เพราะหลังจากวันนี้เขากับลูอีจะไม่ได้เจอกันอีก มันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับเขาทั้งคู่ แน่นอน แม่ของเขาดันย้ายบ้านไม่ไถ่ถามอะไรกับแฮร์รี่สักคำ แล้วมันก็ดันมาเป็นตอนนี้ เวลานี้

เขาอยากบอกลูอีว่าเขาขอโทษ เขาอยากบอกว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ และเขาก็อยากจะให้อะไรบางอย่างเป็นการแทนคำขอโทษ....แต่มันไม่ทันเสียแล้ว
.
.
.

“ไปไหว้คุณนายทอมลินสันสิลูก” แฮร์รี่เดินเข้าไปกล่าวคำลาอย่างว่าง่าย นัยน์ตาสีมรกตไม่ลืมที่จะกวาดสายตามองหาคนในบ้าน...

“มองหาลูอีเหรอลูก  ยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยเพราะมัวแต่นั่งเหม่ออยู่จนดึกเลย ไม่รู้นี่เป็นอะไร เป็นอย่างนี้มาได้เกือบอาทิตย์แล้ว” แม่ของลูอีได้ตอบทุกคำถามที่แฮร์รี่สงสัยไว้หมด “ลูอีฝากอันนี้มาให้หนูด้วยจ่ะ เห็นตั้งใจเขียนตั้งหลายวันแหนะ”

ซองจดหมายสีอ่อนลายดอกไม้น่ารักถูกส่งมาให้กับร่างสูงที่เป็นผู้รับสาร แฮร์รี่รับมันมาอย่างระมัดระวัง

“ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าผมขอโทษ...” คุณนายทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรและเปิดโอกาสให้แฮร์รี่พูดต่อ “...บอกเขาด้วยว่า ผมจะไม่มีวันลืมเขาแน่ๆครับ” แฮร์รี่บอกลาคุณนายทอมลินสันอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งไม่ละสายตาจากเขาเลยแม้แต่น้อย เขาหวังว่าสักวันนึง สักวันนึงเขาจะได้เจอกันอีกครั้ง ถึงโอกาสจะมีหนึ่งในล้านก็ตาม...
.

.

.


“งอนฉันเหรอ...” ร่างสูงลุกจากฝั่งตรงข้ามไปนั่งอยู่ใกล้ๆกับอีกคน แต่ลูอีก็ยังเบือนหน้าหนีเขา ผ่านมาหลายวันแล้วที่ลูอีเงียบอย่างนี้ ไม่พูดไม่คุยกับแฮร์รี่แต่กลับไปเจ๊าะแจ๊ะกับเซน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ไฟในอกของเขาปะทุหนักยิ่งกว่าเดิม


“ไอ้เซน ไหนมึงบอกว่ามึงไม่แดกของของเพื่อนไง แล้วนี่อะไร มึงไปกอดลูอีทำไมวะครับ ฮ่าๆ” เสียงของเพื่อนสนิทอย่างเลียมตะโกนลั่นห้อง หมดคาบบ่ายแล้วนักเรียนบางคนก็ทำเวร เตรียมกลับบ้าน จะมีแต่ไอแก๊งของแฮร์รี่นี่แหละที่นั่งจมปลักอยู่ในห้องอย่างนี้ “เห้ยๆมึง เอาแล้วไง ไอ้แฮซมาๆ” ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างเหมือนกับกดปุ่มสตอปไว้ยังไงอย่างงั้น

“ลูอี ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย...” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนตรงหน้า ยังคงเงียบ และไม่ใช่แค่นั้น...

“เซน ไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม” เซน เลียม และเพื่อนคนอื่นๆทำหน้าเหวอหวาไปตามๆกัน ทุกสายตาจ้องมาที่แฮร์รี่ที่กำหมัดแน่นพร้อมจะกระแทกหมัดอยู่ทุกเมื่อ “อะ..เอ่อ ฉันว่าไม่ดีมั้ง นายไปคุยกับแฮร์รี่ก่อนจะดีกว่า..” เซนส่ายหัวพลางแกะแขนลูอีที่ดึงแขนของเขาไปควง

“ตะ...แต่ โอ๊ย!” ร่างเล็กถูกกระชากไปตามแรง ร่างเล็กถูกแฮร์รี่ลากไปข้างนอก ลูอีเดินตามแรงกระชากของอีกคนจนมาถึงที่มุมบันได

“นายทำแบบนั้นทำไม” ร่างเล็กไม่ตอบเขาเม้มปากเป็นเส้นตรง นี่ยั่วโมโหเขาชัดๆ เขาไม่ใช่พระเอกเสมอไปหรอกนะ และเขาเองไม่ชอบเลยที่ลูไปทำแบบนั้นกับคนอื่น

“อะ..อื้อ” มือหนาประคองท้ายทอยของอีกฝ่าย ริมฝีปากสีสดประทับลงบนริมฝีปากสีชมพูอ่อน เรียวลิ้นสอดแทรกปากนุ่มเข้าไปตักตวงความหวานตามที่เขาต้องการ มันหวานกว่าที่เขาคิดไว้ มันหอมจนแทบทำให้ใจเขาละลาย

ลูอีรู้สึกถึงบางอย่างที่แฮร์รี่พยายามจะสื่อถึง ความโหยหา ความต้องการ และ...




ความรัก




“ทีนี้จะตอบได้หรือยัง ว่าทำไมแบบนั้นไปทำไม” แฮร์รี่เปิดประเด็นอีกครั้ง แต่เขาไม่ทันได้สังเกตอีกเช่นเคยว่าแก้มที่ขาวนวลของคนตรงหน้าตอนนี้มันแดงระเรื่อเหมือนมะเขือเทศมากแค่ไหน

“ถ้าไม่ตอบอีกล่ะก็...”

“ฉันไม่ชอบให้นายทำแบบนั้นกับคนอื่น..” ร่างเล็กเงยหน้ามาสบตากับแฮร์รี่ไม่ถึงวินาทีก็หลุบตาต่ำเช่นเดิม “หึ ก็ใช่น่ะสิ ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่นายทำแบบนั้นกับคนอื่น..ที่ไม่ใช่ฉัน” ลูอีถึงกับทำหน้าเหวอ เขาไม่คิดว่าแฮร์รี่จะพูดอะไรแบบนั้นออกมา ไหนจะสัมผัสนั้นอีก... มันค้างคาใจเขามานานมากแล้ว เขาอยากบอกเต็มทีว่าเขารู้สึกยังไงกับคนๆนี้

หากแต่แฮร์รี่คนนี้ไม่ใช่แฮร์รี่ในวันนั้นล่ะ... เขาคงต้องทำให้อีกคนเจ็บแน่ๆถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาตามหา...

“แฮร์...รี่” เจ้าของชื่อเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เขาพร้อมที่จะฟังทุกสิ่งจากปากของคนๆนี้ เพียงแค่ลูอีพูดมันออกมาเขาจะฟังมันทุกอย่าง เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้ว “คะ...คือ นายเหมือนเพื่อนบ้านของฉันมาก..” แฮร์รี่ไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารอให้ลูอีพูดให้จบประโยคเสียก่อน


“...เขาชื่อเหมือนนาย..”

“เขามีตาสีมรกตเหมือนนาย..”

“เขามีผมลอนเหมือนนาย และ...” ลูอีเว้นวรรคประโยคสุดท้ายไว้... เรื่องราวเมื่ออดีตถูกย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง...


“ฉันไม่ยักกะรู้ว่านายมีห้องใต้หลังคาด้วยนะแฮซ” ร่างเล็กที่นอนหนุนอกแกร่งของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น ห้องใต้หลังคาที่มีขนาดความกว้างไม่เล็กและไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับคนสองคนจะอยู่ได้ โคมไฟสีส้มอ่อนเปิดขึ้นเพื่อแทนแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้... เด็กชายทั้งสองยังคงเหม่อลอยไปในอากาศ ไร้เสียงพูดหรือบทสนทนาใดใดทั้งสิ้น มีก็เพียงแต่..

เสียงหัวใจ...
หัวใจทั้งสองกำลังเต้นอยู่ และเมื่อลูอีได้ยินเสียงของก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ในร่างกายของอีกคนเขาก็รู้ว่า... หัวใจทั้งสองบรรเลงไปพร้อมกัน

“นายชอบไหมล่ะ ฉันทำเพื่อนายเลยนะ” เมื่อแฮร์รี่รู้สึกตัวก็เปล่งเสียงคำตอบกลับไป “ชอบสิ ชอบมากด้วย” แฮร์รี่เห็นรอยยิ้มอยู่ที่ใบหน้านวลนั้น

“นายรู้ไหมว่าวันเกิดของฉันปีนี้มันพิเศษมาก”

“อื้ม รู้สิ” แฮร์รี่ตอบกลับไปเสียงเบา “แล้วรู้ไหมเพราะอะไรถึงพิเศษ” ร่างสูงส่ายหัว ลูอีผละศีรษะออกจากอกแกร่ง นิ้วเรียวเล็กชี้ไปที่อกข้างซ้ายของแฮร์รี่

“เพราะนาย”
 ริมฝีปากนุ่มรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่เหมือนจูบ เพียงแค่หนึ่งวิเท่านั้นมันก็ถูกแทนที่ด้วยอ้อมกอดของอีกคนแทน...


“และจูบ...” แฮร์รี่หัวเราะเล็กๆในลำคอกับคำตอบของอีกคน มันจะไม่เหมือนได้ไงในเมื่อคนๆนั้นก็คือ แฮร์รี่ สไตล์ส ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเขาไงล่ะ

“ฉันก็มีเพื่อนบ้านหน้าตาเหมือนนายเหมือนกัน และอีกอย่าง... ฉันอยากจะให้เขาให้อภัย ถึงมันจะดูง้องแง้งมากกับเรื่องที่เราทะเลาะ แต่บอกเลยว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมเขาเลยนะ เขายังคงอยู่ในใจของฉันทุกวินาที...”

“นายว่า เขาจะให้อภัยฉันไหม..?” นัยน์ตาสีฟ้าหม่นสบตากับนัยน์ตาสีมรกต “ก็อาจจะ...มั้ง”

“แต่ฉันเชื่อว่าถ้าฉันมอบสิ่งสิ่งนี้ให้เขาต้องให้อภัยฉันแน่...”



เศษแก้วที่แหลกละเอียดยังสามารถหล่อรวมมาเป็นแก้วได้ มันอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่แก้วยังไงก็คือแก้ว

เฉกเช่นหัวใจ แม้แหลกละเอียดมากแค่ไหน แต่ยังไงก็สามารถหล่อรวมเป็นหัวใจได้ แม้มันจะไม่เหมือนเดิม แต่หัวใจยังไงก็คือหัวใจ

ให้เวลาเยียวยาหัวใจ... ขอแค่นั้นก็เพียงพอ



“ลู...ฉันมีอะไรจะให้นาย” แฮร์รี่เอ่ยขึ้นในความเงียบ “อะ..อะไรเหรอ” ร่างเล็กดงตาเป็นประกายฉายแววตื่นเต้นในที

“หลับตาก่อนสิ” ลูอีขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ร่างเล็กทำตามคำสั่งของอีกคนอย่างว่าง่าย

ไฟในห้องใต้หลังคาถูกดับลง แสงจันทร์สีทองสาดส่องเข้ามา หากว่าลืมตาเขาก็จะเห็นดวงดาวที่นับไม่ถ้วนลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า หากแต่เขามองตรงหน้า คนๆนี้สำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด สำคัญมากกว่าดวงดาวที่เปล่งแสงสุกใสอยู่นอกชายคานั้น...

แฮร์รี่ประทับรอยจูบบนหน้าผากนวล ก่อนที่จะเลื่อนต่ำลงมาเป็นเรียวจมูก

“ลืมตาสิ”



ลูอีค่อยๆเปิดเปลือกตาอย่างช้าๆ เขาเพ่งมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อใจตัวเอง...




“โหลแก้ว กับสร้อยนี้... นายไปหามาจากไหน ก็ไหนเมื่อมัน—“


“ฉันย้อนเวลากลับไปเอามาให้นายนะเนี่ย ทีนี้ให้อภัยได้หรือยัง” แฮร์รี่พูดปนหัวเราะทำให้ลูอีหมั่นไส้มือเล็กเลยทุบไปที่บ่าข้างซ้ายหนึ่งที ร่างเล็กมองมันอย่างทะนุถนอม



ห้าปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นมัน ไม่น่าเชื่อว่าแฮร์รี่จะแคร์เขาขนาดนี้ ทั้งๆที่เขาเป็นแค่เพื่อนบ้านคนหนึ่ง...

“แฮซ.. นายจำคำถามนั้นได้ไหม” ลูอีก้มมองโหลแก้วอีกครั้ง ก่อนที่จะเงยหน้ามามองในหน้างามอันมีเสน่ห์ของอีกคน...



“แฮซ...ความสัมพันธ์ของเราแบบนี้มันคืออะไรเหรอ” แฮร์รี่ส่ายหัวพลางขมวดคิ้วเจียนจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว

“ฉันไม่รู้เหมือนกัน... แต่รอสักวันนะลู... สักวันที่ฉันจะตอบนายได้”

“แต่วันนี้ฉันรู้แล้วนะ...ว่าความสัมพันธ์ของเรามันคืออะไร” เป็นลูอีบ้างที่หัวเราะเสียงดัง เขาส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าคนอย่างแฮร์รี่จะรู้อะไรสักอย่าง “แล้วอะไรล่ะ”

สัมผัสเดิมตั้งแต่วันแรกที่เขารู้สึก ลมหายใจอุ่นรดอยู่ที่ต้นคอ สัมผัสอุ่นๆ และ...เสียงกระซิบ

ลูอีเลิกคิ้วก่อนที่จะพลิกขวดโหลในมือดู




HAPPY BIRTHDAY TOMMO
All The LOVE




THE END




#TalkTalk

เห่นโล่ววว ฟิคกากๆของอ้วนก็จบไปแล้วนะคะ แต่บอกเลยว่าตั้งใจพิมพ์ มากกกกกกกกก(ม.ม้าล้านตัว) ถ้าอ่านแล้วไม่พอใจก็มาติชมกันได้เลยนะคะ พร้อมรับฟังคำแนะนำเสมอ ขอเวิ่นนิสนึง พล๊อตเรื่องนี้เกิดจากการที่นอนไม่หลับ จึงทำให้สมองฟุ้งซ่านตอนนั้นเที่ยงคืนกว่า เคยคิดอยากจะแต่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้านแต่เป็นแนวดิบเถื่อนงี้ ไปๆมาๆก็ปิ๊งแบดไอเดีย ก็เลยอยากให้พล๊อตออกมาเป็นแนวนี้บ้าง เวลาเขียนแนวนี้แล้วรู้สึกลื่น และสำหรับคนที่ร้องขอncนะคะ เสียใจด้วย ไม่มีน้า จริงๆก็กะจะใส่อยู่แหละ แต่เรื่องนี้เวิ่นบ่นเยอะมาก กลัวเรื่องลงทะเลเลยรีบๆจบ คิดไว้ว่าจะแทรกตอนที่ทั้งสองคนยืนคุยกัน แต่แหมะ ก็นะ ให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันก่อนแล้วค่อยมากินถั่วเนาะ วันดีคืนร้ายอ้วนอาจจะเพิ่มสเปให้ก็ได้ แต่บอกก่อนเลย ไม่ ใช่ ตอนนี้ แน่ๆ 555555555555555555555555555555555555
หลังจากนี้อ้วนจะลงในบล็อกนะคะ เว็บเด็กดีเข้าไม่ได้แล้ว #ร้องไห้หนักมาก เสียดายมากค่ะเก้าร้อยกว่าวิว ไหนจะคลังช๊อตฟิคอีก ฮรืออออ

สุดท้ายขอขอบคุณทุกๆคนที่คอยติดตามผลงานเด็กโข่งคนนี้นะคะ หลังจากนี้จะขออัพแต่ชอตฟิคเพราะลองฟิคทีไรไม่จบทุกที ถ้าใครอยากเวิ่น(ใครมันจะเวิ่น? -_-) ติดแท็กในทวิตว่า #MyNeighbor หรือเมนชั่นไปด่า(จริงๆอยากให้ไปฟอล อิอิ) ได้ที่ @uanaunn


เดี๋ยวค่ะ!! ไม่อยากอ่านจดหมายที่ลูอีเขียนให้แฮร์รี่เมื่อตอนจะย้ายบ้านเหรอ 
ปล. จดหมายที่ลูอีเขียนถึงแฮซ




เวอร์ชั่นอ่านง่าย5555555



To : Harry Styles

  แฮร์รี่ ฉันไม่รู้ว่านายจะลืมฉันไหมในหลังจากนี้ แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกนายคือ เหตุผลที่ฉันไม่ออกไปหานาย ฉันรู้ก่อนหน้าที่นายจะรู้สองวันเรื่องที่นายจะย้ายบ้าน เพราะแบบนั้นฉันถึงอยากให้นายอยู่ใกล้ๆกับฉัน ใช้เวลจนถึงวิาสุดท้ายที่เรามีอยู่ แต่นายกลับเลือกที่จะปัดมันทิ้ง แม้กระทั่ง... โหลที่นายให้ฉันเองกับมือ แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันเลิกรู้สึกดีๆกับนายหรอกนะ ฉันขอให้นายเก็บจดหมายนี้ไว้เผื่อว่าราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ฉันจะรอนะ รอเพื่อนบ้านดีๆอย่างนาย รอสักวันที่ฉันกับนายจะได้พบกันอีก แล้ววันนั้น ฉันจะให้อภัยนาย
You're Best Friend Ever x.       
Louis Tomlinson              



Thx.
uanaunn